หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: บิ๊กตู่ไม่รู้เรื่องธุรกิจที่อยู่อาศัย พูดผิดๆ ถูกๆ  (อ่าน 12 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 25 มิ.ย. 20, 13:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
      ตามที่นายกฯ บอกว่า ให้บ้านจัดสรรขายลดราคาลง ถ้าคิดได้เท่านี้ต่อทางออกในการแก้ไขปัญหา ก็แสดงว่า เราขาดความรู้เป็นอย่างยิ่ง

           ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) กล่าวถึงกรณีที่มีข่าว พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ที่ว่า “บิ๊กตู่ แนะบ้านจัดสรรขายไม่ออก ควรลดราคา ชี้ต้องการให้ทุกคนมีบ้าน” โดยในรายละเอียดบอกว่า “ตนให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ไปดำเนินการในฐานะที่รับผิดชอบโดยตรง ซึ่งตนให้แนวทางไปว่าทำอย่างไรจะไปช่วยภาคธุรกิจเขาด้วยได้ เช่นวันนี้มีบ้านจัดสรรหรืออะไรที่ขายไม่ออก ควรต้องลดราคาหรือไม่
           นายกฯ ยังกล่าวว่า “ตนต้องการให้ทุกคนมีบ้าน ทั้งบ้านที่สร้างให้ฟรีที่ไปสร้าง ไปซ่อมให้ ซึ่งเป็นเรื่องของการใช้งบประมาณส่วนหนึ่งที่บริจาคบ้างอะไรบ้าง แต่ตนต้องการให้ทุกคนมีบ้านอยู่อาศัยแบบถาวร คือเช่าในราคาถูก การเช่าซื้อ หรือซื้อ และสามารถเทิร์นได้หากมีรายได้สูงขึ้น ดังนั้นขอความร่วมมือจากภาคธุรกิจ บ้านจัดสรรต่าง ๆ ถ้าบ้านแพงก็คงไม่ไหว ต้องดูความต้องการของประชาชนด้วยว่ามีเงินทองแค่ไหน สามารถซื้อบ้านใหญ่แค่ไหน ถ้าสร้างมากเกินไป ดีมานด์น้อยกว่าซัพพลายก็จะเป็นปัญหา ในอนาคตก็อาจเสี่ยงเรื่องของการเงินของเขาเอง”

กรณีนี้แสดงว่านายกรัฐมนตรีไม่มีความรู้เพียงพอต่อเรื่องที่อยู่อาศัย
           1. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับที่อยู่อาศัยในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่กระทรวง พ.ม. ที่ดูแลการเคหะแห่งชาติ เป็นหลัก แต่อยู่ที่กระทรวงการคลังที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงิน และกระทรวงมหาดไทยที่เกี่ยวข้องกับการออกโฉนด และดูแลกิจการอาคารชุด ถ้านายกฯ ขาดความรู้และไม่รู้จักบูรณาการในด้านนี้ ก็คงแก้ไขปัญหาผิดจุด
           2. นายกฯ คงไม่ทราบว่า ตลาดที่อยู่อาศัยราคาถูกนั้นมีน้อย เพราะผู้มีรายได้น้อยไม่มีกำลังซื้อ การผลิตเลยน้อยไปด้วย หลายบริษัททั้งในและตลาดหลักทรัพย์ที่เคยผิดที่อยู่อาศัยแก่ผู้มีรายได้น้อย จึงหยุดผลิต หันไปผลิตสำหรับผู้มีรายได้ปานกลางและรายได้สูงที่ยังพอมีกำลังซื้อ หากจะลดราคา ก็คงยังไม่มีกำลังซื้อ ยกเว้นจะขายถูกแบบกึ่งให้เปล่า ซึ่งก็คงทำเพื่อ “สร้างภาพ” แบบบ้านประชารัฐ ได้ไม่กี่หน่วยเพราะขัดกับความเป็นจริงในตลาด
           3. ประชาชนที่ต้องการให้รัฐบาลไปซ่อมบ้านให้ฟรีคงมีน้อยมาก เขาจัดหากันเองได้ ดีไม่ดีต้นทุนที่ทางการไปซ่อมให้ฟรีโดยเบิกเบี้ยเลี้ยงและงบฯ หลวง อาจจะมากกว่าการไปว่าจ้างผู้รับเหมาภาคเอกชนเสียอีก
           4. นายกฯ อย่าได้เข้าใจผิดว่าทุกคนอยากจะมีบ้านเป็นของตนเอง ในบางกรณีเพื่อการมาทำงาน อาจต้องการเพียงการเช่าบ้านในเมือง แล้วนำเงินไปปลูกบ้านในต่างจังหวัด เป็นต้น

           อันที่จริงที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่มีราคาไม่เกิน 1.2 ล้านบาทและยังเหลือขายอยู่มีจำนวน 7,857 หน่วย รวมมูลค่า 7,068 ล้านบาท เฉลี่ยหน่วยละ 9 แสนบาท ในจำนวนทั้งหมดประมาณ 50 โครงการ ทั้งนี้แยกเป็นทาวน์เฮาส์ 15 โครงการ 893 หน่วย รวมมูลค่า 967 ล้านบาท หรือเฉลี่ยหน่วยละ 1.083 ล้านบาท ส่วนห้องชุดมีราคาเฉลี่ย 8.76 แสนบาทโดยเฉลี่ยและมีอยู่ 6,964 หน่วย รวมมูลค่า 6,101 ล้านบาทใน 35 โครงการที่ยังเหลือขายอยู่






noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:  เศรษฐกิจ อสังหาริมทรัพย์ บ้าน ฟรี โควิด19 โรงเรียนอสังหาริมรัพย์ 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม