หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: จับตา..."หนี้สาธารณะ" ที่คนไทยต้องแบกรับ...!!!  (อ่าน 1696 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 21 ก.พ. 13, 18:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
จับตา..."หนี้สาธารณะ" ที่คนไทยต้องแบกรับ...!!!

q*021q*096q*021



ประเทศเราเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีการกู้ยืมเงินทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะหลังจากประสบเหตุอทกภัยครั้งรุนแรงเมื่อปีพ.ศ. 2554 แต่นั่นก็เป็นเพียงเหตุผลหนึ่งในหลายเหตุผลของรัฐเพื่อการกู้ยืมเงินพัฒนาประเทศ และมีแนวโน้มว่าปี 2556 นี้จะมีหนี้ใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกไม่ช้า จากรายงานหนี้สาธารณะ ณ เดือนธันวาคม พ.ศ.2555 โดยสำนักบริหารหนี้สาธารณะ พบว่า

ประเทศไทยเป็นหนี้คงค้างถึง 4,961,287,61 ล้านบาท หรือ 43.99 ของ GDP

หนี้สาธารณะ คืออะไร?

หนี้สาธารณะ (Public Debt) คือ หนี้ที่เกิดขึ้นจากการกู้ยืมของรัฐบาล กล่าวคือ เมื่อฐานะการเงินของรัฐบาลเกิดการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาล ซึ่งเกิดจากการที่มีรายจ่ายมากกว่ารายรับในปีงบประมาณนั้น โดยทั่วไปรัฐบาลจะตั้งงบประมาณแบบขาดดุลบ้าง แต่ต้องไม่มากเกินไป เมื่อขาดดุลรัฐบาลก็จะนำเงินทุนสำรองออกมาใช้ แต่ถ้านำมาใช้มาก เกินไปก็จะมีผลเสียต่อเสถียรภาพทางการคลัง และมีผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนและความเชื่อมั่นของต่างชาติต่อประเทศไทยได้ รัฐบาลมีทางแก้หลักๆ อยู่ 2 วิธี คือ การเพิ่มภาษี และการกู้ยืมเงิน การเพิ่มภาษีจะลดรายได้และกำลังซื้อของประชาชนและธุรกิจ และจะมีผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจได้ รัฐบาลจึงมักเลือกการก่อหนี้สาธารณะหรือการกู้ยืมเงิน

อย่างไรก็ตามการมีหนี้สาธารณะมากเกินไปจะสร้างปัญหาในระยะยาวได้ เพราะหนี้ เหล่านี้เป็นภาระที่รัฐบาลต้องชำระคืนทุกปี ถ้ามีมากเกินไปจะทำให้แต่ละปีประเทศต้องผ่อนชำระหนี้สูงและเบียดบังเงินงบประมาณที่จะนำมาพัฒนาประเทศ และการมีหนี้สาธารณะสูงเกินไปจะมีผลต่อความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยได้


ประเภทของหนี้สาธารณะ

1. แบ่งตามระยะเวลาของเงินกู้

1.1. หนี้ระยะสั้น (Short term) มีกำหนดเวลาใช้คืน 3 เดือน 6 เดือน แต่ไม่เกิน 1 ปี ส่วนใหญ่จะเป็นการกู้ที่รัฐบาลมีความจำเป็นต้องใช้เงินในระยะสั้นๆ จะออกเป็นตั๋วเงินคลัง (Treasury Bills) หรือออกใบรับรองการเป็นหนี้ให้ การกู้ประเภทนี้จะมีอัตราดอกเบี้ยต่ำ ส่วนใหญ่รัฐบาลกู้จากธนาคารแห่งประเทศไทย


1.2. หนี้ระยะปานกลาง (Intermediate term) คือ หนี้ที่มีกำหนดเวลาใช้คืนตั้งแต่ 1-5 ปี รัฐบาลจะออก Treasury note มาเป็นหลักฐานในการกู้

1.3. หนี้ระยะยาว (Long term) คือ หนี้ที่มีกำหนดระยะเวลาใช้คืนตั้งแต่ 5 ปี ขึ้นไป รัฐบาลจะออกตราสารประเภทพันธบัตรรัฐบาลออกมา โดยกำหนดจำนวนเงิน ระยะเวลาใช้คืน และดอกเบี้ย ส่วนใหญ่จะเป็นการกู้เพื่อนำไปใช้ในโครงการระยะยาว เช่น การลงทุนในโครงการสาธารณูปโภค เช่น สร้างถนน สร้างสะพานข้ามแม่น้ำ

2. แบ่งตามแหล่งของเงินกู้

2.1. หนี้ภายในประเทศ รัฐบาลจะกู้เงินจากประชาชนทั่วไป ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารกลาง และสถาบันการเงินอื่นๆ ภายในประเทศ เงินที่กู้ยืมอาจจะเป็นเงินตราของประเทศหรือเงินตราต่างประเทศก็ได้

2.2. หนี้ภายนอกประเทศ รัฐบาลจะกู้เงินจากแหล่งเงินกู้ภายนอกประเทศ ทั้งเอกชน รัฐบาล หรือสถาบันการเงินระหว่างประเทศ เช่น ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (The Asian Development Bank) หรือกู้จากธนาคารโลก (World Bank) หรือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund) เป็นต้น


ท่านสามารถคลิกที่Link ด้านล่างนี้เพื่อดู "แผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ 2556"
http://www.pdmo.go.th/upload/plan_pdf/plan_09012013110226.pdf



q*021q*096q*021




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 21 ก.พ. 13, 18:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 21 ก.พ. 13, 18:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 21 ก.พ. 13, 18:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 21 ก.พ. 13, 18:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 21 ก.พ. 13, 18:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 21 ก.พ. 13, 18:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 21 ก.พ. 13, 18:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 21 ก.พ. 13, 18:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ท่านสามารถคลิกที่Link ด้านล่างนี้เพื่อดู "แผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบปรมาณ 2556"
http://www.pdmo.go.th/upload/plan_pdf/plan_09012013110226.pdf

หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.pdmo.go.th/?m=home

อ่านข่าว "วุฒิสภาติงรัฐคุมทุจริตโครงการรัฐ ‘กิตติรัตน์’ ไม่ห่วง ไทยเป็นหนี้ได้อีก 2.4 ล้าน" http://www.tcijthai.com/tcijthai/view.php?ids=1364



ที่มา รายงานหนี้สาธารณะ ณ เดือนธันวาคม พ.ศ.2555 โดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ

แผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ 2556 โดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ

http://rudeemas-mas99.exteen.com/20090803/entry-3

http://www.ismed.or.th/SME2/src/upload/knowledge/11812915914669144751502.pdf

q*021q*096q*021

ขอขอบคุณที่มา : http://www.tcijthai.com/tcijthai/view.php?ids=2069
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 21 ก.พ. 13, 22:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวัสดีครับ คุณลำตะคอง

สรุปสั้นๆว่า ขณะนี้ ประเทศไทย มีหนี้สาธารณะรวม ประมาณ 5 ล้านล้านบาท

งบประมาณรายจ่ายของประเทศปี 2556 จำนวน 2 ล้านๆบาท เก็บภาษีจากประชาชน บวกรายได้ของประเทศ รวมทุกยอด ยังคงขาดงบดุลรายจ่ายประจำปี 2.5 แสนล้าน

เรื่องนี้ผมตั้งกระทู้หลายเที่ยวแล้ว ไม่ค่อยมีคนสนใจสักเท่าไร มีสมาชิกอ่าน ประมาณ 50 คน ในจำนวนสมาชิกทั้งหมด 3 แสนกว่าคน(ดูจากกระทู้ดารา)

เรื่องสำคัญมากๆ อย่างนี้ ประชาชนไม่ค่อยสนใจหรอกครับ ผมเดาเอาว่า กระทู้ของคุณลำตะคอง คงมีสมาชิก อ่านไม่เกิน 50 คน ไม่ค่อยมีคนใส่ใจ

ถามว่า เงิน 5 ล้านล้าน บาท(5,000,000,000,000.-) มากขนาดใหน ผมเคยคำนวณเล่นๆใช้แบงค์ใบละ 500 บาท เป็นมัดๆละ 5 หมื่นบาท บรรทุกรถ 10 ล้อ จำไม่ได้แล้วว่ากี่คัน แต่ถ้าจอดติดเรียงกัน ไกลหลายกิโลเมตร

ตั้งแต่ประเทศไทยบริหารประเทศแแบประชาธิปไตย ประเทศมีหนี้สินมาทุกรัฐบาล มีรัฐบาลพลเอกเปรมฯ เป็นนายกรัฐมนตรี คนเดียวเท่านั้น มี เงินล้นคลัง ยังนำเงิน เข้าเพิ่ม เงินกองทุนสำรองเงินตราแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ จำนวน 5 พันล้านบาท ทำให้ค่าเงินบาท ยุคนั้นแข็งขึ้นทันที 2 บาท ถ้าจำไม่ผิด แลกเงินดอนล่าร์ จาก 20 บาท เป็น 18 บาท

ค่าเงินบาทแข็ง 2 บาท สินค้านำเข้า จ่ายเงินลดลง คนเดินทางไปต่างประเทศ ได้เงินตราต่างประเทศมากขึ้น หนี้สินของประเทศ หนี้สินของเอกชนที่ยืมจากต่างประเทศ จ่ายคืนลดลง 18 บาท ต่อ 2 บาท ตอนนายกเปรมฯเป็นนายก เหมือนเทวดามาโปรด หลังจากนั้นรัฐบาลต่อจากท่านเปรมฯ ผลาญเงินจนหมดสิ้น

บางรัฐบาลจะเอาเงิน ของพระมหาบัว ไปทำ out shore/off shore หลังจากนั้นเล็กน้อน สถาบันการเงินอันดับหนึ่งของ อเมริกาล้ม มิฉะนั้นไม่รู้จะเสียเงินไปอีกเท่าไร โชคดีมีนักวิชาการประชาชนรุมด่า หลังจากนั้นไม่นานทองคำขึ้นราคาจาก บาทละ 8000บาท เป็น 23,000 บาท เดี๋ยวนี้ ทวีค่ามากขึ้นมหาศาล

ส่วนหนี้สิน 5 ล้านล้านบาท ในปัจจุบัน ไม่มีรัฐบาลใหนคิดจะแก้ ปลดหนี้ให้ประเทศ มีแต่จะกู้เพิ่ม ทุกรัฐบาล

//ช.ผาสุข

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 21 ก.พ. 13, 22:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สวัสดีครับ คุณลำตะคอง

สรุปสั้นๆว่า ขณะนี้ ประเทศไทย มีหนี้สาธารณะรวม ประมาณ 5 ล้านล้านบาท

งบประมาณรายจ่ายของประเทศปี 2556 จำนวน 2 ล้านๆบาท เก็บภาษีจากประชาชน บวกรายได้ของประเทศ รวมทุกยอด ยังคงขาดงบดุลรายจ่ายประจำปี 2.5 แสนล้าน

เรื่องนี้ผมตั้งกระทู้หลายเที่ยวแล้ว ไม่ค่อยมีคนสนใจสักเท่าไร มีสมาชิกอ่าน ประมาณ 50 คน ในจำนวนสมาชิกทั้งหมด 3 แสนกว่าคน(ดูจากกระทู้ดารา)

เรื่องสำคัญมากๆ อย่างนี้ ประชาชนไม่ค่อยสนใจหรอกครับ ผมเดาเอาว่า กระทู้ของคุณลำตะคอง คงมีสมาชิก อ่านไม่เกิน 50 คน ไม่ค่อยมีคนใส่ใจ

ถามว่า เงิน 5 ล้านล้าน บาท(5,000,000,000,000.-) มากขนาดใหน ผมเคยคำนวณเล่นๆใช้แบงค์ใบละ 500 บาท เป็นมัดๆละ 5 หมื่นบาท บรรทุกรถ 10 ล้อ จำไม่ได้แล้วว่ากี่คัน แต่ถ้าจอดติดเรียงกัน ไกลหลายกิโลเมตร

ตั้งแต่ประเทศไทยบริหารประเทศแแบประชาธิปไตย ประเทศมีหนี้สินมาทุกรัฐบาล มีรัฐบาลพลเอกเปรมฯ เป็นนายกรัฐมนตรี คนเดียวเท่านั้น มี เงินล้นคลัง ยังนำเงิน เข้าเพิ่ม เงินกองทุนสำรองเงินตราแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ จำนวน 5 พันล้านบาท ทำให้ค่าเงินบาท ยุคนั้นแข็งขึ้นทันที 2 บาท ถ้าจำไม่ผิด แลกเงินดอนล่าร์ จาก 20 บาท เป็น 18 บาท

ค่าเงินบาทแข็ง 2 บาท สินค้านำเข้า จ่ายเงินลดลง คนเดินทางไปต่างประเทศ ได้เงินตราต่างประเทศมากขึ้น หนี้สินของประเทศ หนี้สินของเอกชนที่ยืมจากต่างประเทศ จ่ายคืนลดลง 18 บาท ต่อ 2 บาท ตอนนายกเปรมฯเป็นนายก เหมือนเทวดามาโปรด หลังจากนั้นรัฐบาลต่อจากท่านเปรมฯ ผลาญเงินจนหมดสิ้น

บางรัฐบาลจะเอาเงิน ของพระมหาบัว ไปทำ out shore/off shore หลังจากนั้นเล็กน้อน สถาบันการเงินอันดับหนึ่งของ อเมริกาล้ม มิฉะนั้นไม่รู้จะเสียเงินไปอีกเท่าไร โชคดีมีนักวิชาการประชาชนรุมด่า หลังจากนั้นไม่นานทองคำขึ้นราคาจาก บาทละ 8000บาท เป็น 23,000 บาท เดี๋ยวนี้ ทวีค่ามากขึ้นมหาศาล

ส่วนหนี้สิน 5 ล้านล้านบาท ในปัจจุบัน ไม่มีรัฐบาลใหนคิดจะแก้ ปลดหนี้ให้ประเทศ มีแต่จะกู้เพิ่ม ทุกรัฐบาล

//ช.ผาสุข


สวัสดีครับ คุณลุงแมน

เรื่องของ "หนี้สาธารณะ" ถ้าพูดคุยกับชาวบ้าน นั้นอาจจะไม่ค่อยเข้าใจ เพราะรัฐบาลเอง

พยายามมพูด และชี้นำแนวคิดว่า "การกู้" เป็น "เรื่องปกติ"

สร้างนิสัยฟุ่มเฟือยให้แก่ภาคประชาชนทางอ้อม

การเดินหน้ากู้ เพื่อนำมาสนับสนุนนโยบายประชานิยม โดยไม่มีนโยบาย "ใช้คืนเงินต้น"

ผมเกรงว่า ไม่ช้าไม่นาน "หนี้สาธารณะ"...คงมีอาการเป็น "ดินพอกหางหมู" อย่างแน่นอน

ผมชอบแนวคิดของพรรคประชาธิปัตย์นะครับ คือ "ใช้คืนเงินต้น ปีละ 50,000 ล้าน"

ไม่ช้านาน เงินกู้ก็จะหมดไป

แต่ในแนวทางที่กลับกัน รัฐบาลภายใต้การนำของคุณหนูปูแดง มีแผนเพียง "ใช้คืนเฉพาะตัวดอกเบี้ย"

แต่ตัวเอง เดินหน้า กู้เพิ่มเรื่อยไป แล้วแบบนี้ "หนี้" เมื่อไหร่จะหมดไปซักที

"คนเรา รู้จักกู้เขามา ก็ย่อมที่จะรู้จักการใช้คืน" จริงหรือเปล่าครับ


q*077q*077q*077
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เจ้าหน่อไม้
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 24 ก.พ. 13, 11:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมจะอ่านให้เข้าใจทะลุปรุโปร่งฮะ

วิธีสู่ความเป็นเศรษฐี
- หารายได้เพิ่ม
- ลดรายจ่ายฟุ่มเฟื่อย
- ไม่ก่อหนี้เพิ่ม / ไม่ทำหนี้เสีย
และที่สำคัญที่สุด
- ฝึกใจของเราให้ตั้งมั่นในความประหยัด ใช้จ่ายให้คุ้มค่า

เข้าใจถูกไหมฮะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 25 ก.พ. 13, 00:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมจะอ่านให้เข้าใจทะลุปรุโปร่งฮะ

วิธีสู่ความเป็นเศรษฐี
- หารายได้เพิ่ม
- ลดรายจ่ายฟุ่มเฟื่อย
- ไม่ก่อหนี้เพิ่ม / ไม่ทำหนี้เสีย
และที่สำคัญที่สุด
- ฝึกใจของเราให้ตั้งมั่นในความประหยัด ใช้จ่ายให้คุ้มค่า

เข้าใจถูกไหมฮะ

q*062
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 26 ก.พ. 13, 09:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แล้วใครจะมารับผิดชอบหนี้สินต่างๆๆ ที่รัฐบาลทำเป็นนโยบาย
ประชานิยมแจกจ่ายทั่วประเทศ คงต้องก้มหน้ารับกรรมต่อไปทั้งน้ำตา

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 26 ก.พ. 13, 09:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
นี่ถ้าพี่น้องประชาชนที่อ้างเสียงข้างมาก เปิดใจรับรู้ข่าวสารมากกว่านี้คงจะเข้าใจอะไรมากขึ้นเกี่ยวกับ รบ.อันเป็นที่รักยิ่งของพวกเค้าน่ะ...คงได้แต่ภาวนาให้พวกเค้าเห็นก่อนที่ประเทศจะล่มจมกว่านี้ถึงจะมองเห็นน่ะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
papapa
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 27 ก.พ. 13, 15:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

การฟุ่มเฟือยคือการใช้จ่ายเกินความจำเป็น คนต่างจังหวัดจริงๆมีไม่กี่คนหรอกที่เป็นแบบนั้น ส่วนมากจะเป็นชนชั้นกลางมากกว่า ต่างจังหวัดเขาอยู่แค่นั้นเรียกปัจจัยพื้นฐานมากกว่า แต่สิ่งที่ฟุ่มเฟือยคือการพัฒนาเมืองเพื่ออยากยกระดับให้เทียบเท่าหรือไกล้เคียงกับประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งคนเมืองก็เห็นด้วย เห็นรัฐบาลชุดไหนก็กู้มาสร้างพวกนี้ทั้งนั้น ลองไปสัมผัสชีวิตชนบทดูนะครับ แล้วช่วยยกตัวอย่างให้ฟังหน่อยว่าส่วนไหนฟุ่มเฟือย ส่วนไหนเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ประชาชนคนไทยเหมือนกันควรจะได้รับการพัฒนาอย่างเท่าเทียมกัน แล้วช่วยเอาความเหลื่อมล้ำทางสังคมมายกตัวอย่างให้ฟังหน่อยจะดีกว่าไหม แล้วพัฒนาส่วนนี้น่าจะเป็นประโยชน์ได้บ้างไม่มากก็น้อย ไม่ว่ามุมมองของใครจะชื่นชอบใครหรือเกลียดชังใคร สุดท้ายนโยบายก็ไม่ได้แตกต่างกันเท่าใหร่ จะต่างกันก็ตรงผลงานเท่านั้น ซึ่งคนส่วนใหญ่เลือกตัวแทนของเขาที่ผลงาน นักการเมืองที่ดีก็มี แต่มีน้อย ดีแต่ภาพพจน์ก็เยอะ จนบางที่สิ่งที่เด็กสมัยนี้ไม่รู้จักแต่ก็ยังใช้ได้กับคนที่ดีแต่ภาพพจน์ คือ น้ำลดตอผุด

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  คนไทย 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม