หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เผยแพร่บทคัดย่อ  (อ่าน 273 ครั้ง)
Guest
นางณัฎฐ์วรรณ ศรีแก้ว
เรทกระทู้
« เมื่อ: 28 ก.ย. 14, 12:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
บทคัดย่อ


   การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน รายวิชาสังคมศึกษา 1 รหัสวิชา ส 31101 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 กฎหมายน่ารู้ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ให้มีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียน รายวิชาสังคมศึกษา 1 รหัสวิชา ส 31101 หน่วยการเรียนรู้ ที่ 2 กฎหมายน่ารู้ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อเอกสารประกอบการเรียน รายวิชาสังคมศึกษา 1 รหัสวิชา ส31101 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 กฎหมายน่ารู้ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนโรงเรียนนาบอน อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2 จำนวน 36 คน ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่ายโดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยในการสุ่ม แบบการวิจัยที่ใช้ คือการวิจัยเชิงทดลองแบบ One group pretest - posttest design ระยะเวลาในการทดลอง จำนวน  17 ชั่วโมง  เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน รายวิชาสังคมศึกษา 1 รหัสวิชา ส31101 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 กฎหมายน่ารู้ จำนวน 8 แผน เอกสารประกอบการเรียน รายวิชาสังคมศึกษา 1 รหัสวิชา ส 31101 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 กฎหมายน่ารู้ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน      8 เล่ม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 40 ข้อ แบบสอบถามความพึงพอใจ           ของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียน รายวิชาสังคมศึกษา 1 รหัสวิชา ส 31101 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 กฎหมายน่ารู้ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 15 รายการ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ("x"  ̅) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D)  และการทดสอบค่าที (t-test แบบ Dependent)

   ผลการวิจัยพบว่า
   1.  เอกสารประกอบการเรียน รายวิชาสังคมศึกษา 1 รหัสวิชา ส 31101 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 กฎหมายน่ารู้ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ 80.80/82.01 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้
   2.  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียน รายวิชาสังคมศึกษา 1 รหัสวิชา ส 31101 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 กฎหมายน่ารู้ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4  หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
   3.  ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียน รายวิชาสังคมศึกษา 1 รหัสวิชา ส 31101 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 กฎหมายน่ารู้ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
นายวัชรินทร์ วันทา
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 19 ส.ค. 16, 13:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ชื่อเรื่อง        รายงานผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสาระหน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและ
               การดำเนินชีวิตในสังคม  โดยใช้เอกสารประกอบการเรียนการสอนสำหรับนักเรียน
               ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
ผู้รายงาน    นายวัชรินทร์   วันทา
               โรงเรียนนายางกลักพิทยาคม  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา  เขต  30    
ปีที่รายงาน  2557


บทคัดย่อ

                เอกสารประกอบการเรียนเป็นสื่อ นวัตกรรมที่สามารถช่วยให้นักเรียนเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง
ได้ฝึกปฏิบัติกิจกรรม  และนักเรียนเรียนรู้ร่วมกันเป็นกลุ่มขนาดเล็ก  มีการให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมกลุ่ม  เพื่อให้ประสบผลสำเร็จร่วมกัน ผู้รายงานจึงสนใจที่จะพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียนสาระหน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตในสังคม  กลุ่มสาระ
การเรียนรู้สังคมศึกษา  ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 การรายงานครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อพัฒนาเอกสารประกอบการเรียนสาระหน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตในสังคม  กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา  ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80  เพื่อหาดัชนีประสิทธิผลของเอกสารประกอบการเรียนสาระหน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตในสังคม  กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนา  และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน สาระหน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตในสังคม  และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2  ที่มีต่อการเรียนรู้  โดยใช้เอกสารประกอบการเรียนสาระหน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตในสังคม  กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา  ศาสนาและวัฒนธรรม  กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการรายงานเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1  ภาคเรียนที่  1  ปีการศึกษา  2557  โรงเรียนนายางกลักพิทยาคม  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา  เขต 30 จังหวัดชัยภูมิ  จำนวน  33  คน  ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง  เครื่องมือที่ใช้ในการรายงานประกอบด้วยเอกสารประกอบการเรียนจำนวน  10  เล่ม  แผนการจัดการเรียนรู้  จำนวน  10  แผน   รวม  20  ชั่วโมง แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  ชนิดเลือกตอบ  4  ตัวเลือก  จำนวน 40  ข้อ ค่าความยากง่ายระหว่าง  0.28  ถึง  0.85  ที่มีค่าอำนาจจำแนก (B)  ระหว่าง  0.29  ถึง  0.88  ค่าความเชื่อมั่น( R )  ทั้งฉบับเท่ากับ  0.79  และแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อการเรียนรู้โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน  จำนวน  20  ข้อ  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  และการทดสอบสมมติฐานt – test  (Dependent  Samples)  






ผลการศึกษาค้นคว้าพบว่า
   1. เอกสารประกอบการเรียนสาระหน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตในสังคม    กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนา  และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  มีประสิทธิภาพกระบวนการ  (E1)  เท่ากับ  90.44  และมีประสิทธิภาพหลังเรียน (E2)  เท่ากับ  85.97  สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ 80/80
2. เอกสารประกอบการเรียนสาระหน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตในสังคม   กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนา  และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  มีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.8875  ซึ่งหมายความว่านักเรียนมีความรู้หลังเรียนเพิ่มขึ้นร้อยละ  88.75
      3. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน  โดยใช้เอกสารประกอบการเรียนสาระหน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตในสังคม  กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนา  และวัฒนธรรม  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  พบว่าคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
     4. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2  มีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้  โดยใช้เอกสารประกอบ
การเรียนสาระหน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตในสังคม  กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนา  และวัฒนธรรม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ  4.56  ซึ่งอยู่ในระดับความพึงพอใจมากที่สุด
            โดยสรุป  ผลการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียนสาระหน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตในสังคม  สาระหน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตในสังคม  กลุ่มสาระ
การเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนา  และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2 สามารถช่วยให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นักเรียนมีความก้าวหน้าและมีความสุขในการเรียน  ส่งผลให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น  ดังนั้น  ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนา  และวัฒนธรรม สามารถนำเอกสารประกอบการเรียนไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน  และควรมีการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ และระดับชั้นต่าง ๆ ต่อไปให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 19 ส.ค. 16, 13:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ชื่อเรื่อง        รายงานผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสาระหน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและ
               การดำเนินชีวิตในสังคม  โดยใช้เอกสารประกอบการเรียนการสอนสำหรับนักเรียน
               ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
ผู้รายงาน    นายวัชรินทร์   วันทา
               โรงเรียนนายางกลักพิทยาคม  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา  เขต  30   
ปีที่รายงาน  2557


บทคัดย่อ

                เอกสารประกอบการเรียนเป็นสื่อ นวัตกรรมที่สามารถช่วยให้นักเรียนเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง
ได้ฝึกปฏิบัติกิจกรรม  และนักเรียนเรียนรู้ร่วมกันเป็นกลุ่มขนาดเล็ก  มีการให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมกลุ่ม  เพื่อให้ประสบผลสำเร็จร่วมกัน ผู้รายงานจึงสนใจที่จะพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียนสาระหน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตในสังคม  กลุ่มสาระ
การเรียนรู้สังคมศึกษา  ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 การรายงานครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อพัฒนาเอกสารประกอบการเรียนสาระหน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตในสังคม  กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา  ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80  เพื่อหาดัชนีประสิทธิผลของเอกสารประกอบการเรียนสาระหน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตในสังคม  กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนา  และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน สาระหน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตในสังคม  และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2  ที่มีต่อการเรียนรู้  โดยใช้เอกสารประกอบการเรียนสาระหน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตในสังคม  กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา  ศาสนาและวัฒนธรรม  กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการรายงานเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1  ภาคเรียนที่  1  ปีการศึกษา  2557  โรงเรียนนายางกลักพิทยาคม  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา  เขต 30 จังหวัดชัยภูมิ  จำนวน  33  คน  ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง  เครื่องมือที่ใช้ในการรายงานประกอบด้วยเอกสารประกอบการเรียนจำนวน  10  เล่ม  แผนการจัดการเรียนรู้  จำนวน  10  แผน   รวม  20  ชั่วโมง แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  ชนิดเลือกตอบ  4  ตัวเลือก  จำนวน 40  ข้อ ค่าความยากง่ายระหว่าง  0.28  ถึง  0.85  ที่มีค่าอำนาจจำแนก (B)  ระหว่าง  0.29  ถึง  0.88  ค่าความเชื่อมั่น( R )  ทั้งฉบับเท่ากับ  0.79  และแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อการเรียนรู้โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน  จำนวน  20  ข้อ  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  และการทดสอบสมมติฐานt – test  (Dependent  Samples)   






ผลการศึกษาค้นคว้าพบว่า
   1. เอกสารประกอบการเรียนสาระหน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตในสังคม    กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนา  และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  มีประสิทธิภาพกระบวนการ  (E1)  เท่ากับ  90.44  และมีประสิทธิภาพหลังเรียน (E2)  เท่ากับ  85.97  สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ 80/80
2. เอกสารประกอบการเรียนสาระหน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตในสังคม   กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนา  และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  มีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.8875  ซึ่งหมายความว่านักเรียนมีความรู้หลังเรียนเพิ่มขึ้นร้อยละ  88.75
      3. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน  โดยใช้เอกสารประกอบการเรียนสาระหน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตในสังคม  กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนา  และวัฒนธรรม  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  พบว่าคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
     4. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2  มีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้  โดยใช้เอกสารประกอบ
การเรียนสาระหน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตในสังคม  กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนา  และวัฒนธรรม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ  4.56  ซึ่งอยู่ในระดับความพึงพอใจมากที่สุด
            โดยสรุป  ผลการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียนสาระหน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตในสังคม  สาระหน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตในสังคม  กลุ่มสาระ
การเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนา  และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2 สามารถช่วยให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นักเรียนมีความก้าวหน้าและมีความสุขในการเรียน  ส่งผลให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น  ดังนั้น  ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนา  และวัฒนธรรม สามารถนำเอกสารประกอบการเรียนไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน  และควรมีการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ และระดับชั้นต่าง ๆ ต่อไปให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 7 มี.ค. 17, 10:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ชื่อเรื่อง      รายงานผลการพัฒนาการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง หิน และการเปลี่ยนแปลง
ของเปลือกโลก ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ 
ชื่อผู้ศึกษา   นางสุพรรษา  ดาแลหมัน  ตำแหน่ง ครู  วิทยฐานะ ครูชำนาญการ
สถานศึกษา   โรงเรียนบ้านตำมะลังเหนือ ตำบลตำมะลัง อำเภอเมือง  จังหวัดสตูล
ปีการศึกษา   2559
...

บทคัดย่อ

รายงานผลการพัฒนาการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง หิน และการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีวัตถุประสงค์ของการศึกษา ดังนี้
1.   เพื่อพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง หิน และการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80
2.   เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถม ศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านตำมะลังเหนือ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล ก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง หิน และการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก ชั้นประถมศึกษา ปีที่ 6
3.   เพื่อประเมินความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านตำมะลังเหนือ ที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง หิน และการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
สำหรับกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาและวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านตำมะลังเหนือ จำนวน 21 คน สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง หิน และการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 โดยหาค่าร้อยละของคะแนนเฉลี่ยจากการทำแบบทดสอบของนักเรียนกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดและการหาค่าร้อยละของจำนวนนักเรียนกลุ่มตัวอย่างที่ผ่านการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนถูกต้องอย่างน้อยร้อยละ 80 ของคะแนนเต็ม และการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนกลุ่มตัวอย่างที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง หิน และการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก ชั้นประถม ศึกษาปีที่ 6 โดยการหาค่าเฉลี่ยและหาค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการศึกษาพบว่า
1.   ผลการวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง หิน และการเปลี่ยน แปลงของเปลือกโลก ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีประสิทธิภาพเฉลี่ย 82.52/85.71 ซึ่งผ่านเกณฑ์มาตรฐาน 80/80
2.   ผลเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถม ศึกษาปีที่ 6 ก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง หิน และการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เมื่อทดสอบความแตกต่างระหว่างคะแนนทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ คะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 แสดงว่า การเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น
3.   ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนกลุ่มตัวอย่างมีคะแนนเฉลี่ยรวม ( ) เท่ากับ 4.65 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 0.71 แสดงว่านักเรียนมีความพึงพอใจต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง หิน และการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 อยู่ในระดับที่ดีมาก
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เผยแพร่ผลงานวิชาการ
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 10 เม.ย. 17, 10:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ชื่อเรื่อง     รายงานการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การดำรงพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต
              กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านตาสุด
              อำเภอขุขันธ์  จังหวัดศรีสะเกษ  โดยใช้ชุดกิจกรรมการสอน
ผู้ศึกษา       นางจันทรรัตน์  ดีใจ
สังกัด         โรงเรียนบ้านตาสุด อำเภอขุขันธ์  จังหวัดศรีสะเกษ 
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 3
    สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
ปีที่ศึกษา     พ.ศ. 2558

บทคัดย่อ

         รายงานการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การดำรงพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต                  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านตาสุด อำเภอขุขันธ์  จังหวัดศรีสะเกษ  โดยใช้ชุดกิจกรรมการสอน ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์              ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5  ที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการสอน  เรื่อง การดำรงพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน  2. เพื่อศึกษา              ผลการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการสอน  เรื่อง การดำรงพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  ด้านความรู้   ด้านทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์  3. เพื่อพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องการดำรงพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5  ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75               4. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5  ที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรม  การสอน เรื่อง การดำรงพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ 
    กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านตาสุด อำเภอขุขันธ์  จังหวัดศรีสะเกษ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 3              ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 จำนวน 32 คน ได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) เนื้อหาที่ใช้ในการศึกษา คือ สาระที่ 1  สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เครื่องมือที่ใช้ ในการศึกษาในครั้งนี้  ประกอบด้วย 1. ชุดกิจกรรมการสอน เรื่อง การดำรงพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต                กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวนทั้งหมด 7 ชุด  2. แผนการจัด            การเรียนรู้เรื่อง การดำรงพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวนทั้งหมด 19  แผน 3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การดำรงพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4  ตัวเลือก จำนวน  40  ข้อ มีค่าความยากง่ายอยู่ระหว่าง 0.25 – 0.75 ค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.25 – 1.00  และ มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.88 4. แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถม ศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้ชุดกิจกรรมการสอน เรื่อง การดำรงพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  จำนวน 20  ข้อ  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้     t - test (paired Sample T- Test)  ผลการศึกษา สรุปได้ดังนี้
       1.  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการสอน เรื่อง                การดำรงพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน            สูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05
      2.  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการสอน เรื่อง             การดำรงพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  มีคะแนนเฉลี่ยด้านความรู้ จากคะแนนการทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน เท่ากับร้อยละ 77.81 คะแนนเฉลี่ยด้านทักษะกระบวนการจากคะแนน ผลการประเมินผลงานในชุดกิจกรรมการสอน เท่ากับร้อยละ 82.86 และคะแนนเฉลี่ย  ด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์ จากคะแนนผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เท่ากับร้อยละ 89.74 ซึ่งค่าเฉลี่ยจากคะแนนผลการเรียนรู้ของนักเรียนในด้านความรู้มากกว่าร้อยละ 75  ด้านทักษะกระบวนการและด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์มากกว่าร้อยละ 80
    3. ชุดกิจกรรมการสอน  เรื่อง การดำรงพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  มีประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ  78.39/77.81  ตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 75/75 
       4.  ผลการวิเคราะห์ระดับความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อ
การจัดการเรียนรู้ โดยใช้ชุดกิจกรรมการสอนเรื่อง การดำรงพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ พบว่า ระดับความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับ “มากที่สุด” มีค่าความเชื่อมั่นแบบครอนบัช (Cronbach) โดยการคำนวณหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา (α-Coefficient) เท่ากับ 0.88

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม